computer02

ต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง?
ต้องการช่องทางการโปรโมตธุรกิจของเรา?
ต้องการทำเว็บไซต์เป็นแบบรวดเร็ว ใช้งานได้จริง และใช้เวลาศึกษาน้อย?

แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แล้วจะทำเว็บไซต์เป็น จะต้องเรียนรู้อะไรบ้างล่ะ?
วันนี้เราจะมาแนะนำพื้นฐานเบื้องต้นก่อนการเรียนรู้การทำเว็บไซต์ในภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุดกันค่า


ระบบการทำงานของเว็บไซต์แบบเบื้องต้น

computer_image

อธิบายตามภาพ: การทำเว็บไซต์คือการนำข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของเราขึ้นไปเก็บไว้บนผู้ให้บริการพื้นที่เซิฟเวอร์
ส่วนหลักการทำงาน ถ้าแบ่งตามการเขียนโปรแกรม เราจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งด้วยกันคือ

Client Side
พูดง่ายๆคือ สิ่งที่เราเห็นในหน้า browser ต่างๆ ตอนนี้ เรียกว่าฝั่งของ Client Side (หน้าของเว็บไซต์รูปภาพต่างๆ) ภาษาที่ใช้ในการจัดการส่วนของ Client Side ที่สำคัญที่คนทำเว็บไซต์ควรเรียนรู้คือ HTML, CSS, Javascript ภาษาเหล่านี้เป็นภาษาที่ช่วยในการจัดหน้าเว็บให้สวยงาม ช่วยควบคุมการแสดงผลให้กับผู้ใช้อ่านได้ใน Browser

Server Side
ภาษาที่นิยมมากที่สุดคือ PHP
PHP คือ ภาษาสำหรับใช้ในการเขียนโปรแกรมบนเว็บไซต์ สามารถเขียนได้หลากหลายโปรแกรมเช่นเดียวกับภาษาทั่วไป อาจมีข้อสงสัยว่า ต่างจาก HTML อย่างไร คำตอบคือ HTML นั้นเป็นภาษาที่ใช้ในการจัดรูปแบบของเว็บไซต์ จัดตำแหน่งรูป จัดรูปแบบตัวอักษร หรือใส่สีสันให้กับ เว็บไซต์ของเรา แต่ PHP นั้นเป็นส่วนที่ใช้ในการคำนวน ประมวลผล เก็บค่า และทำตามคำสั่งต่างๆ อย่างเช่น รับค่าจากแบบ form ที่เราทำ รับค่าจากช่องคำตอบของเว็บบอร์ดและเก็บไว้เพื่อนำมาแสดงผลต่อไป แม้แต่กระทั่งใช้ในการเขียนCMS ยอดนิยมเช่น Drupal , Joomla, WordPress พูดง่ายๆคือเว็บไซต์จะโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ ต้องมีภาษา PHP ส่วน HTML หรือ Javascript ใช้เป็นเพียงแค่ตัวควบคุมการแสดงผลเท่านั้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีเรื่องของการเก็บข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เรื่องของ Database อีก
ไม่ว่าจะเป็น Mysql, phpmyadmin  และอื่นๆ อันนี้ต้องศึกษาเพิ่มเติมกันต่อไปนะคะ
ติดตามอ่านได้จากบทความด้านล่างค่า :)


อยากทำเว็บไซต์ใหม่ เริ่มต้นต้องรู้อะไรบ้าง?

เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) คือ รูปแบบการให้บริการสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้งานนั้นมีความต้องที่จะฝากเว็บไซต์ของตนเองไว้กับผู้ให้บริการเซิฟเวอร์ สั้นๆคือใช้เก็บข้อมูลของเว็บไซต์ของเรา

โดเมนเนม (domain name) คือ ชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อไปค้นหาในระบบ โดเมนเนมซีสเทม (Domain Name System) เพื่อระบุถึง ไอพีแอดเดรส ของชื่อนั้นๆ เป็นชื่อที่ผู้จดทะเบียนระบุให้กับผู้ใช้เพื่อเข้ามายังเว็บไซต์ของตน บางครั้ง เราอาจจะใช้ “ที่อยู่เว็บไซต์” หรือ “Web Address” แทนก็ได้ เรียกง่ายๆคือชื่อที่เราพิมพ์ในการเข้าเว็บไซต์นั่นเอง เช่น www.google.com


การเลือกใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป / CMS / เว็บไซต์ที่เขียนขึ้นเอง

ทั้งสามอย่างนี้ก็จะมีการให้บริการที่แตกต่างกันออกไป

1. การเลือกใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป – การเลือกใช้เว็บไซต์ร้านขายของที่จัดการได้ง่าย เขียนให้เรามาหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องสมัคร hosting เอง มีบริการจด domain name ให้แล้วในตัว
ตัวอย่าง เว็บไซต์ http://www.lnwshop.com
ข้อดี: ไม่ต้องมีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรมเลยตั้งแต่ภาษาฝั่ง client side และ server side
สามารถจัดการได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว สำหรับผู้เริ่มต้น มีบริการให้ซื้อเพิ่มเยอะแยะมากมาย

2. CMS – ย่อมาจาก Content Management System เป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป โดยในการใช้งาน CMS นั้นผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ไม่ต้องมีความรู้ภาษาฝั่ง server side ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ ตัวของ CMS เองจะมีโปรแกรมแถมมาและสามารถแทรกเองได้มากมายเช่น webboard , ระบบจัดการป้ายโฆษณา , ระบบนับจำนวนผู้ชม แม้แต่กระทั่งตระกร้าสินค้า และอื่นๆอีกมากมาย ยกตัวอย่าง CMS ที่เป็นที่นิยมคือ wordpress, joomla เป็นต้น
ข้อดี : ไม่ต้องมีความรู้ภาษาฝั่ง server side / แต่ถ้าจัดการส่วนภาษาส่วนของ client side ได้จะดีมาก สามารถทำเป็นเว็บไซต์ที่สวยงามได้เอง เปลี่ยนหน้าตาธีมและดีไซน์ได้ด้วยตนเอง

3. เว็บไซต์ที่เขียนขึ้นเอง – คือเว็บไซต์ที่เราเขียนขึ้นมาเองทั้งหมดตั้งแต่ส่วนของ client side และ server side โดยที่เราสามารถควบคุมการทำงานเองได้ทั้งหมด เว็บไซต์ประเภทนี้คือเว็บไซต์ที่ดีที่สุด แต่ใช้เวลาพัฒนานานที่สุดเพราะต้องเริ่มเขียนเองใหม่ทั้งหมดค่ะ

เมื่อเราเรียนรู้ระบบการทำงานของเว็บไซต์คร่าวๆแล้ว ทีนี้เราต้องต้องมาเลือกใช้ระบบของการทำเว็บตามวัตถุประสงค์ของเราเพื่อการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

ขอขอบคุณ
pathosting
hellomyweb
nimithub